Whataboostเรื่องเทคโนโลยีที่อ่านเข้าใจRSS ↗

6 วัตถุประสงค์โฆษณา Facebook เลือกอย่างไร

เข้าใจ Awareness, Traffic, Engagement, Leads, App promotion และ Sales พร้อมวิธีเลือก Objective ให้ตรงเป้าธุรกิจและตัวชี้วัด

หกวัตถุประสงค์โฆษณา Facebook และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
หกวัตถุประสงค์โฆษณา Facebook และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง · ภาพ: whataboost original illustration

วัตถุประสงค์โฆษณา Facebook คือเป้าหมายหลักที่คุณเลือกให้แคมเปญ กลุ่มหลักประกอบด้วย Awareness, Traffic, Engagement, Leads, App promotion และ Sales การเลือกควรเริ่มจากสิ่งที่อยากให้ลูกค้าทำ แล้วตรวจจุดหมายและเป้าหมายการเพิ่มประสิทธิภาพให้สอดคล้องกัน

หกวัตถุประสงค์โฆษณา Facebook และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง
หกวัตถุประสงค์โฆษณา Facebook และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง · ภาพ: whataboost original illustration

ถ้าธุรกิจต้องการยอดซื้อ แต่เลือกวัดแค่คลิกราคาถูก คุณอาจได้รายงานที่ดูดีโดยยังตอบไม่ได้ว่าขายเพิ่มหรือไม่ บทความนี้จะช่วยแยกหน้าที่ของแต่ละวัตถุประสงค์และเลือกตัวชี้วัดที่ใช้ตัดสินงานได้จริง

ก่อนเลือก Objective ให้ตอบสามคำถาม

  1. ต้องการให้คนทำอะไร เช่น รู้จักแบรนด์ เข้าเว็บไซต์ ส่งข้อมูล ติดต่อทีม หรือตัดสินใจซื้อ
  2. การกระทำนั้นเกิดที่ไหน เช่น เว็บไซต์ แอป แบบฟอร์ม หรือช่องทางข้อความ
  3. ธุรกิจมีข้อมูลอะไรใช้ยืนยันผล เช่น รายการสั่งซื้อ ลีดที่ติดต่อได้ หรือเหตุการณ์ในแอป

Objective เป็นเพียงส่วนแรกของการตั้งค่า ยังต้องตรวจ Conversion location หรือจุดที่ต้องการให้เกิดผล และ Performance goal หรือเป้าหมายที่ให้ระบบพยายามเพิ่มประสิทธิภาพ ตัวเลือกย่อยอาจต่างกันตามบัญชีและการตั้งค่า

จับคู่เป้าธุรกิจกับวัตถุประสงค์โฆษณาและตัวชี้วัด
จับคู่เป้าธุรกิจกับวัตถุประสงค์โฆษณาและตัวชี้วัด · ภาพ: whataboost original illustration

1. Awareness: ทำให้คนรู้จักและเห็นแบรนด์

Awareness เหมาะเมื่อเป้าหมายของงานคือการสร้างการรับรู้ เช่น แนะนำร้านใหม่หรือเปิดตัวสินค้าให้กลุ่มเป้าหมายรู้ว่ามีอยู่ ควรใช้ข้อความที่บอกได้เร็วว่าแบรนด์คือใคร เสนออะไร และเกี่ยวข้องกับผู้ชมอย่างไร

ตัวชี้วัดที่ควรแยกให้ออกคือ Reach จำนวนคนหรือบัญชีที่เข้าถึงตามนิยามรายงาน, Impressions จำนวนครั้งที่แสดง และ Frequency ความถี่เฉลี่ยในการเห็น ส่วน CPM คือต้นทุนต่อการแสดงผลหนึ่งพันครั้ง

ตัวอย่างสมมติ: ร้านเปิดสาขาใหม่ต้องการสื่อสารทำเลและวันเปิด การวัดการเข้าถึงในพื้นที่และความถี่มีประโยชน์กว่าดูยอดไลก์อย่างเดียว แต่ยังต้องตรวจจำนวนลูกค้าที่มาร้านด้วยหากต้องการประเมินผลธุรกิจ

2. Traffic: พาคนไปยังปลายทาง

Traffic ใช้กับเป้าหมายการเข้าชมปลายทางที่รองรับ เช่น เว็บไซต์หรือหน้าเนื้อหา เหมาะเมื่อคุณต้องการให้คนเปิดอ่านหรือสำรวจข้อมูล และมีเหตุผลชัดว่าการเข้าชมนั้นมีคุณค่าอย่างไร

ดู Link clicks และ Landing page views ตามตัวเลือกและข้อมูลที่มี เพราะการคลิกลิงก์กับการโหลดหน้าปลายทางสำเร็จเป็นคนละเหตุการณ์ หน้าเว็บควรอ่านง่ายบนมือถือ โหลดได้ และมีเนื้อหาตรงกับสิ่งที่โฆษณาสัญญาไว้

ถ้าตั้งใจขายสินค้า ให้ดูต่อว่าคนที่เข้ามาทำอะไร ไม่ควรเลือก Traffic เพียงเพราะต้นทุนคลิกต่ำกว่า แล้วถือว่าเป็นวิธีหายอดขายที่ดีกว่าโดยยังไม่ได้วัดการซื้อ

3. Engagement: การมีส่วนร่วมและการสนทนา

Engagement ใช้กับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่บัญชีรองรับ เช่น ปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ การดูวิดีโอ หรือการเริ่มสนทนา ทั้งนี้ต้องเลือกจุดหมายและเป้าหมายย่อยให้ตรงกับงาน

หากต้องการให้คนทักแชต ให้ตรวจการตั้งค่าที่เกี่ยวกับข้อความและเตรียมทีมตอบให้พร้อม อย่าเลือกเพียงการมีส่วนร่วมกับโพสต์แล้วคาดหวังว่าระบบจะทำงานเหมือนแคมเปญหาบทสนทนา

ดูตัวชี้วัดตามงาน เช่น บทสนทนาที่เริ่มขึ้นและต้นทุนต่อบทสนทนา แล้วตรวจคุณภาพต่อว่าเป็นคนถามสินค้าที่ขายจริงหรือไม่ ยอดแชตจำนวนมากยังต้องมีการตอบคำถามและกระบวนการขายที่เหมาะสมจึงจะสร้างรายได้ได้

4. Leads: รวบรวมผู้สนใจที่พร้อมให้ติดต่อกลับ

Leads เหมาะกับธุรกิจที่ต้องพูดคุยก่อนปิดการขาย เช่น งานบริการหรือการขอใบเสนอราคา อาจใช้แบบฟอร์มหรือจุดหมายอื่นที่บัญชีรองรับเพื่อรับข้อมูลผู้สนใจ

ก่อนเริ่มควรกำหนดว่าจะถามข้อมูลอะไร ใครรับผิดชอบติดต่อกลับ และใช้ข้อมูลนั้นเพื่ออะไร ขอเท่าที่จำเป็นและแจ้งการใช้ข้อมูลให้ชัด ไม่เพิ่มคำถามเพียงเพราะแบบฟอร์มมีช่องให้ใส่

CPL คือต้นทุนต่อผู้สนใจที่บันทึกได้ แต่การประเมินงานควรดูอัตราติดต่อได้ จำนวนรายที่ตรงคุณสมบัติ และจำนวนที่พัฒนาเป็นลูกค้า ลีดราคาถูกที่ติดต่อไม่ได้อาจทำให้ทีมเสียเวลามากกว่าที่ประหยัดค่าโฆษณา

5. App promotion: การติดตั้งและกิจกรรมในแอป

App promotion ใช้เมื่อธุรกิจมีแอปและต้องการผลที่เกี่ยวข้องกับแอป เช่น การติดตั้งหรือกิจกรรมที่กำหนดไว้ ควรเตรียมการเชื่อมต่อและการวัดเหตุการณ์ให้พร้อมก่อนประเมินว่าโฆษณาทำงานได้ดีเพียงใด

ตัวชี้วัดอาจเป็นจำนวนติดตั้ง ต้นทุนต่อการติดตั้ง หรือเหตุการณ์สำคัญหลังติดตั้งตามการตั้งค่า อย่าหยุดที่ยอดดาวน์โหลดหากเป้าธุรกิจคือให้คนกลับมาใช้งานหรือซื้อบริการในแอป

หากใช้ลิงก์พาไปหน้าภายในแอป ให้ทดสอบทั้งกรณีติดตั้งแล้วและยังไม่ติดตั้ง รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้คนคลิกแล้วไปถึงหน้าที่ใช้งานต่อไม่ได้

6. Sales: ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับการขาย

Sales เหมาะเมื่อเป้าหมายคือการซื้อหรือผลลัพธ์ด้านการขายที่ระบบรองรับ สำหรับการขายบนเว็บไซต์ ต้องตรวจการบันทึกเหตุการณ์สำคัญ เช่น Purchase และมูลค่ารายการให้ถูกต้องก่อนใช้รายงานตัดสินงบ

Meta Pixel และ Conversions API เป็นเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการส่งข้อมูลเหตุการณ์ แต่ไม่ได้รับรองว่ายอดขายจะเพิ่มทันทีที่ติดตั้ง ต้องตรวจการทำงาน ความซ้ำของเหตุการณ์ และการจัดการข้อมูลให้เหมาะสมด้วย

ดูจำนวนซื้อ ต้นทุนต่อการซื้อ และ ROAS ซึ่งเปรียบเทียบรายได้ที่ระบบรายงานกับค่าโฆษณา แล้วเทียบกับรายการสั่งซื้อของธุรกิจอีกครั้ง ROAS ไม่ใช่กำไรสุทธิ เพราะยังมีต้นทุนสินค้า การจัดส่ง ค่าดำเนินงาน และรายการคืนเงินที่ต้องพิจารณา

Traffic, Engagement, Leads หรือ Sales เลือกอย่างไร

ใช้ผลลัพธ์ปลายทางเป็นตัวเริ่มคิด แทนการเลือกจากชื่อที่คุ้นที่สุด:

  • ต้องการคนอ่านบทความหรือเปิดหน้าข้อมูล: พิจารณา Traffic และวัดคุณภาพการเข้าชมต่อ
  • ต้องการสนทนากับผู้สนใจ: ตรวจตัวเลือกข้อความและเป้าหมายการสนทนาที่บัญชีรองรับ
  • ต้องการข้อมูลผู้สนใจเพื่อให้ทีมติดต่อ: พิจารณา Leads พร้อมกระบวนการคัดและติดตาม
  • ต้องการการซื้อที่วัดได้: พิจารณา Sales และตรวจสัญญาณการซื้อให้ถูกต้อง

ช่องทางข้อความอาจปรากฏในหลายวัตถุประสงค์ตามตัวเลือกที่ใช้ได้ จึงไม่ควรตัดสินจากคำว่า “แชต” เพียงคำเดียว ให้ดูด้วยว่าระบบกำลังพยายามเพิ่มบทสนทนา ผู้สนใจ หรือผลการขายแบบใด

ตัวอย่างสมมติ: ธุรกิจเดียวอาจใช้ต่างวัตถุประสงค์กัน

ร้านเฟอร์นิเจอร์ต้องการสามผลลัพธ์แยกกัน: ให้คนรู้จักคอลเลกชันใหม่ ให้คนขอใบเสนอราคางานสั่งทำ และให้คนซื้อสินค้าพร้อมส่งบนเว็บไซต์ งานแรกอาจพิจารณา Awareness งานที่สอง Leads และงานที่สาม Sales เมื่อระบบวัดการซื้อพร้อม

สามงานนี้ควรมีข้อความและวิธีประเมินต่างกัน ไม่จำเป็นต้องสร้างทุกประเภทพร้อมกันหากทีมยังดูแลไม่ไหว และไม่ควรเอาต้นทุนต่อไลก์ของงานหนึ่งไปตัดสินแทนต้นทุนต่อผู้ซื้อของอีกงาน

เช็กลิสต์ก่อนเริ่มแคมเปญ

  • เป้าธุรกิจเขียนเป็นการกระทำที่ตรวจได้
  • Objective จุดหมาย และ Performance goal สอดคล้องกัน
  • ปลายทางทำงานได้บนอุปกรณ์ของลูกค้า
  • ข้อมูลเหตุการณ์หรือแบบฟอร์มผ่านการตรวจแล้ว
  • ทีมพร้อมตอบแชต ติดต่อผู้สนใจ หรือจัดการคำสั่งซื้อ
  • กำหนดงบที่รับได้และตัวชี้วัดสำหรับประเมินผล
  • ไม่ใช้ยอดคลิก ไลก์ หรือลีดแทนยอดขายโดยไม่มีหลักฐานเชื่อมกัน

ถ้าเลือกวัตถุประสงค์ผิด ควรทำอย่างไร

ตรวจว่าผิดที่วัตถุประสงค์หลักหรือเพียงจุดหมายและเป้าหมายย่อย หากต้องการใช้วัตถุประสงค์หลักต่างไป ให้เตรียมแคมเปญใหม่และตรวจการตั้งค่าอีกครั้ง ไม่ควรถือว่าการคัดลอกชุดโฆษณาจะรักษาความเหมาะสมของทุกตัวเลือกไว้

เปรียบเทียบผลโดยใช้ช่วงเวลา เงื่อนไข และนิยามผลลัพธ์ที่เข้าใจตรงกัน ไม่มีวัตถุประสงค์ใดถูกที่สุดหรือดีที่สุดสำหรับทุกธุรกิจ การเลือกที่ดีคือทำให้ระบบและทีมกำลังวัดสิ่งเดียวกับเป้าหมายที่ธุรกิจต้องการจริง